ระเบียบสหกรณ์ นทพ.ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิกและดอกเบี้ยเงินกู้ พ.ศ.2566

ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด

ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิกและดอกเบี้ยเงินกู้

.ศ.2566

————————-

อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด  ข้อ 75 (8)  ข้อ 101 (3) และมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการฯ ชุดที่ 48 ครั้งที่ 9  เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2566 ให้กำหนดระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิกและดอกเบี้ยเงินกู้ พ.ศ.2566 ดังต่อไปนี้.-

                   ข้อ  1    ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด ว่าด้วย การให้เงินกู้แก่สมาชิกและดอกเบี้ยเงินกู้ พ.ศ.2566”

                   ข้อ  2    ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

                   ข้อ   3    ให้ยกเลิก “ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิกและดอกเบี้ยเงินกู้ พ.ศ.2565” และบรรดาระเบียบ คำสั่ง ประกาศ มติหรือข้อตกลงอื่นใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ และให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                   ข้อ  4    ในระเบียบนี้

                              “สหกรณ์” หมายถึง สหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด

                              “คณะกรรมการดำเนินการ” หมายถึง คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด

                              “ประธานกรรมการ” หมายถึง ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด

                              “รองประธานกรรมการ” หมายถึง รองประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด

                              “คณะกรรมการเงินกู้” หมายถึง คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการเงินกู้

                              “กรรมการ” หมายถึง กรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด

                              “ผู้จัดการ” หมายถึง ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด

                              “สมาชิก” หมายถึง สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด

                              “เงินได้รายเดือน” หมายถึง เงินเดือนที่หักภาษีและกองทุนบำเหน็จบำนาญแล้ว         รวมด้วยเงินที่มีลักษณะการจ่ายเป็นประจำควบคู่กับเงินเดือน เช่น เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) เงินเพิ่ม  ผู้บังคับอากาศยาน (พ.บ.อ.) หรือเงินเพิ่มนักบิน (พ.น.บ.) หรือเงินค่าครองชีพ แต่ไม่รวมเงินที่จ่ายเป็นการชั่วคราว เช่น เงินประจำตำแหน่ง เงินค่าเช่าบ้าน หรืออื่น ๆ

                              “หนี้สิน” หมายถึง เงินที่ต้องหักจากเงินได้รายเดือน เพื่อชำระหนี้ซึ่งเกิดจากสมาชิก กู้ยืมจากหน่วยงานราชการ หรือสถาบันการเงินอื่น ๆ เป็นรายเดือน

                              เงินสงเคราะห์เกี่ยวกับการศพ” หมายถึง เงินที่สมาชิกพึงมีสิทธิได้รับเป็นการสงเคราะห์เกี่ยวกับการศพของสมาชิก ตามระเบียบของสหกรณ์ออมทรัพย์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จำกัด ว่าด้วยการใช้ทุนสาธารณประโยชน์

                   ข้อ  5    ให้ผู้จัดการ  เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด  1

ข้อกำหนดทั่วไป

                   ข้อ  6    เงินกู้ที่สหกรณ์ให้กู้แก่สมาชิกมี  2 ประเภท  ดังนี้

                   6.1    เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน

                   6.2    เงินกู้สามัญ

                   ข้อ  7    สมาชิกผู้ขอกู้เงิน และสมาชิกที่เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้จะต้องเป็นสมาชิกในสหกรณ์นี้ติดต่อกันมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี

                   ข้อ  8    การให้เงินกู้แก่สมาชิกนั้น  จะให้ได้เฉพาะกรณีเพื่อการอันจำเป็นหรือมีประโยชน์ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร  แต่จะให้เงินกู้เพื่อการสุรุ่ยสุร่ายหรือเก็งกำไรไม่ได้

                   ข้อ  9    สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงิน  ต้องเสนอคำขอกู้ต่อสหกรณ์ตามแบบที่กำหนด

                   ข้อ  10  การให้เงินกู้ทุกประเภทนั้น ผู้กู้ต้องทำหนังสือกู้และสมาชิกผู้ค้ำประกันเงินกู้ (ถ้ามี) ต้องทำหนังสือค้ำประกันเงินกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ตามแบบที่กำหนดไว้

                   ข้อ  11  การส่งเงินงวดชำระหนี้เงินกู้ทุกประเภท ซึ่งผู้กู้ต้องส่งต่อสหกรณ์นั้น ให้ส่งโดยวิธี   หักจากเงินได้รายเดือนของผู้กู้ ณ ที่จ่าย โดยให้ถือว่าเงินงวดชำระหนี้แต่ละงวดถึงกำหนดชำระภายใน
วันสิ้นเดือนนั้น ๆ เว้นแต่           

                   11.1 สมาชิกที่เป็นข้าราชการบำนาญ กู้เงินค่าหุ้นหรือเงินฝากของตนเองมีเงินได้ราย เดือนคงเหลือไม่พอให้หักชำระหนี้เงินงวด หรือไม่มีหน่วยงานหักชำระหนี้เงินงวด ณ ที่จ่ายให้

                   11.2 สมาชิกที่เกษียณอายุราชการที่รับบำเหน็จ และเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ที่ออกจากงานประจำไปแล้ว กู้เงินค่าหุ้นหรือเงินฝากของตนเอง และไม่มีหน่วยงานหักชำระหนี้เงินงวด ณ ที่จ่ายให้

                                 ผู้กู้ตามข้อ 11.1 และข้อ 11.2 ต้องทำหนังสือยินยอมให้สหกรณ์หักเงินงวดชำระหนี้จากบัญชีเงินฝากธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ของผู้กู้ หรือโอนเงินผ่านธนาคารเข้าบัญชีเงินฝากของสหกรณ์ก็ได้ โดยผู้กู้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการชำระเงินผ่านธนาคารเอง และผู้กู้ต้องส่งหลักฐานการชำระเงินให้สหกรณ์ทราบในวันที่ชำระเงินภายในเวลา 15.00 น. ของวันทำการของสหกรณ์ หากส่งหลักฐานหลังวัน เวลาดังกล่าว สหกรณ์จะคิดดอกเบี้ยจนถึงวันที่ที่สหกรณ์ได้รับหลักฐานการชำระเงิน จากสมาชิกเป็นสำคัญ ให้ถือว่าเงินงวดชำระหนี้แต่ละงวดถึงกำหนดชำระภายในวันสิ้นเดือนนั้น ๆ กรณีวันสิ้นเดือนตรงกับวันหยุดทำการของสหกรณ์ ให้ส่งก่อนวันสิ้นเดือน

หมวด  2

เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน

    ข้อ  12  การให้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน คณะกรรมการดำเนินการอาจมอบอำนาจให้ประธานกรรมการ  หรือรองประธานกรรมการ  หรือคณะกรรมการเงินกู้ หรือผู้จัดการ ตามที่เห็นสมควร เป็นผู้วินิจฉัยให้เงินกู้
เพื่อเหตุฉุกเฉินแทนคณะกรรมการดำเนินการก็ได้ และให้ผู้ได้รับมอบดังกล่าวนั้น แถลงรายการเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินที่ให้ไปต่อคณะกรรมการดำเนินการทราบในการประชุมคราวถัดไป

                              คำขอกู้เงินเพื่อเหตุฉุกเฉินนั้น ต้องเสนอผ่านการพิจารณาให้ความเห็นของผู้บังคับบัญชาของสมาชิกผู้นั้นตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกอง หรือผู้บังคับหน่วย ชั้นยศ พ.อ.(พิเศษ), พ.อ. ยกเว้นหน่วย ช.พัฒนา และ นกส. ซึ่งผู้บังคับหน่วยมียศ พ.ท. สามารถรับรองได้ สำหรับผู้กู้ที่มีชั้นยศตั้งแต่ พ.ท.ขึ้นไปสามารถลงนามรับรองตนเองได้ 

                   ข้อ  13  เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินที่ให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง ๆ นั้น ให้มีจำนวนไม่เกิน 5 เท่า ของเงินได้รายเดือนแต่ไม่เกิน 200,000.-บาท (สองแสนบาทถ้วน) และจะต้องมีเงินได้รายเดือนคงเหลือ
สุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 30  

                              ในกรณีที่สมาชิกผู้กู้ยังมีหนี้เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินครั้งก่อนเหลืออยู่ และได้ส่งชำระหนี้เงินกู้ไปแล้วสามงวด หากมีความจำเป็น ถ้าคณะกรรมการดำเนินการ หรือผู้ที่คณะกรรมการดำเนินการมอบหมาย เห็นสมควรจะให้เงินกู้ครั้งใหม่ก็ได้ โดยผู้กู้ไม่ต้องนำเงินส่วนที่เหลือมาชำระหนี้  สหกรณ์จะหักชำระหนี้จากการ   จ่ายเงินกู้ครั้งใหม่ กรณีที่มีเงินงวดชำระหนี้ของสัญญาเงินกู้เดิมค้างอยู่ในสหกรณ์ ให้สหกรณ์นำเงินจำนวนดังกล่าว  มาคำนวณเป็นเงินงวดชำระหนี้ โดยให้ถือว่าเป็นการชำระหนี้ งวดที่ 1 ของสัญญาเงินกู้ใหม่แต่จำนวนเงินกู้        เพื่อเหตุฉุกเฉินรวมทุกรายการของสมาชิกผู้กู้คนหนึ่ง ๆ ในเวลาใดเวลาหนึ่ง จะมีจำนวนต้นเงินเกินกว่าจำนวน    ที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนไม่ได้

                   ข้อ  14  หลักประกันสำหรับเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน นอกจากหนังสือกู้ซึ่งผู้กู้ได้ทำไว้ต่อสหกรณ์แล้วก็ไม่ต้องมีหลักประกันอย่างอื่นอีก เว้นแต่ผู้กู้ที่มีเงินค่าหุ้นต่ำกว่าจำนวนเงินกู้ จะต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 1 คน  เป็นผู้ค้ำประกัน

                   ข้อ  15  การส่งเงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน ให้ผู้กู้ส่งคืนเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินได้ไม่เกิน 12 งวด โดยแบ่งต้นเงินเป็นงวดรายเดือนเท่ากัน สำหรับงวดแรกให้ส่งต้นเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย

ในวันสิ้นเดือนถัดจากเดือนที่กู้  ส่วนต้นเงินที่เหลือแต่ละงวดพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้ส่งภายในวันสิ้นเดือนถัดไป โดยไม่มีการผ่อนเวลาแต่อย่างใด

หมวด  3

เงินกู้สามัญ

                   ข้อ   16    การให้เงินกู้สามัญ ให้คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิก

                              คณะกรรมการดำเนินการ อาจแต่งตั้งคณะกรรมการเงินกู้ขึ้นตามความในข้อบังคับของสหกรณ์  ข้อ 77 และมอบอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกก็ได้ และ ให้คณะกรรมการเงินกู้ แถลงรายการเงินกู้สามัญที่ให้ไปต่อคณะกรรมการดำเนินการทราบในการประชุมคราวถัดไป

                   ข้อ   17    คำขอกู้เงินสามัญของสมาชิกนั้น ต้องเสนอผ่านการพิจารณาให้ความเห็นของผู้บังคับบัญชาของสมาชิกผู้นั้นในตำแหน่งผู้อำนวยการกอง หรือรองผู้อำนวยการกอง หรือผู้บังคับหน่วย หรือรองผู้บังคับหน่วย สำหรับผู้บังคับหน่วยที่มีชั้นยศ พ.ท. ไม่สามารถรับรองตนเองได้ต้องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปอีกหนึ่งชั้นเป็นผู้รับรอง

                   ข้อ  18   จำนวนเงินกู้สามัญที่ให้แก่สมาชิกคนหนึ่ง ๆ ย่อมสุดแต่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเห็นสมควร โดยแบ่งประเภทเงินกู้สามัญได้ 3 ประเภท ดังนี้

                              18.1    เงินกู้สามัญโดยใช้บุคคลค้ำประกัน(เว้นแต่เงินกู้สามัญโครงการพิเศษ) ให้มีจำนวนไม่เกิน 70  เท่าของเงินได้รายเดือน และภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

                                        (1)  วงเงินกู้สำหรับสมาชิกที่บรรจุเป็นข้าราชการ ไม่เกิน 2 ปี แบ่งเป็น

                                             (1.1)  ชั้นประทวน จำนวนเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน     รวมวงเงินกู้ไม่เกิน 500,000.-บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ผู้กู้วงเงินไม่เกิน  300,000.- บาท (สามแสนบาทถ้วน)  เมื่อผ่อนชำระหนี้สินต่าง ๆ แล้ว จะต้องมีเงินได้รายเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ผู้กู้วงเงินเกิน 300,000.- บาท (สามแสนบาทถ้วน) เมื่อผ่อนชำระหนี้สินต่าง ๆ แล้ว จะต้องมีเงินได้รายเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

                                             (1.2)   ชั้นสัญญาบัตร จำนวนเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน       รวมวงเงินกู้ไม่เกิน 700,000.-บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน) ผู้กู้วงเงินไม่เกิน 500,000.-บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)    เมื่อผ่อนชำระหนี้สินต่าง ๆ แล้ว จะต้องมีเงินได้รายเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และผู้กู้วงเงินเกิน 500,000.- บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) เมื่อผ่อนชำระหนี้สินต่าง ๆ แล้ว จะต้องมี เงินได้รายเดือนคงเหลือสุทธิ   ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

                                                  (2)  วงเงินกู้สำหรับสมาชิกที่บรรจุเป็นข้าราชการตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป  จำนวนเงินกู้สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน รวมวงเงินกู้ ไม่เกิน  3,000,000.- บาท (สามล้านบาทถ้วน) ผู้กู้วงเงินไม่เกิน 2,500,000.- บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) เมื่อผ่อนชำระหนี้สินต่าง ๆ แล้ว จะต้องมีเงินได้รายเดือน คงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และผู้กู้วงเงินเกิน 2,500,000.- บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) เมื่อผ่อนชำระหนี้สินต่าง ๆ แล้ว จะต้องมีเงินได้รายเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

                                        (3)   วงเงินกู้สามัญของข้าราชการบำนาญ หรือลูกจ้างประจำ ที่พ้นจากงานประจำไปแล้ว ที่ได้รับเงินบำนาญรายเดือนหรือเงินบำเหน็จรายเดือน ซึ่งมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เกี่ยวกับการศพ   จากสหกรณ์ ให้กู้ได้ร้อยละ 50 ของวงเงินสงเคราะห์เกี่ยวกับการศพที่พึงได้รับ โดยให้นับอายุการเป็นสมาชิกจนถึงวันที่ขอกู้ยืมเงิน และต้องจัดให้มีสมาชิกอย่างน้อย 1 คน เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ โดยผู้ค้ำประกัน          ต้องมีวงเงินค้ำประกันไม่เกินกว่าสิทธิ ในการกู้ยืมเงินของตน และผู้กู้ผ่อนชำระหนี้สินต่าง ๆ แล้ว จะต้องมีเงินได้ รายเดือนคงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 30

                              18.2  เงินกู้สามัญโดยใช้เงินค่าหุ้นที่ตนถืออยู่ในสหกรณ์ หรือเงินฝากออมทรัพย์พิเศษที่มีอยู่ในสหกรณ์ ให้กู้ได้ภายในวงเงินไม่เกิน ร้อยละ 90 ของเงินค่าหุ้น หรือเงินฝากออมทรัพย์พิเศษวงเงินกู้ไม่เกิน 5,000,000.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)

                              18.3  เงินกู้สามัญโครงการพิเศษ คณะกรรมการดำเนินการอาจกำหนดให้มีเงินกู้สามัญโครงการพิเศษขึ้นได้ตามความจำเป็น โดยให้กำหนดระเบียบขึ้นรองรับการให้เงินกู้สามัญโครงการพิเศษนั้นเป็นการเฉพาะ วงเงินกู้ยืมเมื่อรวมกับหนี้เงินกู้ทุกประเภทแล้ว ต้องไม่เกิน 3,000,000.- บาท (สามล้านบาทถ้วน)

                        ข้อ    19    ในกรณีที่สมาชิกได้ผ่อนชำระเงินกู้สามัญไปแล้ว 12 งวด หากมีความจำเป็น สามารถจะขอกู้เงินครั้งใหม่ได้ เว้นแต่ สมาชิกที่กู้หุ้นหรือเงินฝากของตนเอง ถ้าได้ผ่อนชำระเงินกู้ไปแล้ว 3 งวด  ถ้าคณะกรรมการดำเนินการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเห็นสมควรจะให้เงินกู้แก่สมาชิกที่ยังส่งคืนเงินกู้ครั้งก่อนไม่เสร็จก็ได้ โดยผู้กู้ไม่ต้องนำเงินส่วนที่เหลือมาชำระหนี้  สหกรณ์จะหักชำระหนี้จากการจ่ายเงินกู้ครั้งใหม่

                   ข้อ  20  ในการให้เงินกู้สามัญนั้น ถ้าปรากฏว่าสหกรณ์มีเงินทุนที่จะให้กู้ได้ไม่พอแก่การขอกู้อันมีลักษณะพึงให้กู้นั้นทุกราย  ให้ถือลำดับในการพิจารณาให้เงินกู้ ดังต่อไปนี้

                   20.1  เงินกู้โดยใช้เงินฝากที่มีอยู่ในสหกรณ์เป็นหลักประกันพึงให้เป็นลำดับแรก ในระหว่างเงินกู้ซึ่งอยู่ในลำดับเดียวกัน เงินกู้ซึ่งมีจำนวนน้อยพึงให้ก่อนเงินกู้ซึ่งมีจำนวนมาก

                   20.2  เงินกู้โดยใช้ค่าหุ้นที่มีอยู่ในสหกรณ์เป็นหลักประกันพึงให้เป็นลำดับที่สอง ในระหว่างเงินกู้ซึ่งอยู่ในลำดับเดียวกัน เงินกู้ซึ่งมีจำนวนน้อยพึงให้ก่อนเงินกู้ซึ่งมีจำนวนมาก

                   20.3  เงินกู้สามัญซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ค้ำประกันพึงให้เป็นลำดับที่สาม ในระหว่างเงินกู้ซึ่งอยู่ในลำดับเดียวกัน พึงให้ตามลำดับจำนวนครั้งของการกู้ โดยให้จำนวนครั้งที่น้อยกว่าเป็นลำดับแรก

                                      ทั้งนี้เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้ เห็นว่ามีเหตุผลพิเศษจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นก็ได้

                   ข้อ  21   หลักประกันสำหรับเงินกู้สามัญ ถ้าเงินกู้สามัญรายนั้น โดยเฉพาะรายเดียวก็ดี หรือเมื่อรวมกับเงินกู้สามัญรายก่อนของผู้กู้ที่คงเหลืออยู่ (ถ้ามี) ก็ดี มีจำนวนไม่เกินกว่าค่าหุ้นที่ผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์ ก็ไม่ต้องมีหลักประกันอย่างอื่นอีก

                            ถ้าเงินกู้สามัญรายนั้นโดยเฉพาะรายเดียวก็ดีหรือเมื่อรวมกับเงินกู้สามัญรายก่อน    ของผู้กู้ (ถ้ามี) ก็ดี มีจำนวนเกินกว่าค่าหุ้นซึ่งผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์ จะต้องมีหลักประกัน ดังต่อไปนี้

                            มีสมาชิกที่มิได้เป็นคู่สมรสของผู้กู้ ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้เห็นสมควรเป็นผู้ค้ำประกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป

                            สมาชิกคนหนึ่งจะมีหนี้สินต่อสหกรณ์ในฐานะผู้ค้ำประกัน โดยจำนวนต้นเงินรวมกันทั้งหมดเกินกว่าจำนวนที่กล่าว ในข้อ  18.1 ไม่ได้     

                            สำหรับสมาชิกที่ย้ายไปรับราชการนอกหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา แต่ยังรับราชการ อยู่ในสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย สามารถกู้ยืมเงินได้โดยต้องมีผู้ค้ำประกันที่เป็นสมาชิกสังกัด          หน่วยเดียวกัน กับผู้กู้อย่างน้อย 1 คน ร่วมเป็นผู้ค้ำประกัน สมาชิกเช่นว่านี้สามารถเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ ของสมาชิกรายอื่นได้เช่นเดียวกับสมาชิกที่สังกัดหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เว้นแต่ สมาชิกผู้กู้ดังกล่าว ไม่สามารถหาผู้ค้ำประกันในสังกัดหน่วยเดียวกันได้ ให้เสนอที่ประชุมคณะกรรมการเงินกู้ พิจารณาเป็นราย ๆ ไป

                                    เมื่อผู้ค้ำประกันคนใดเสียชีวิตหรือออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ หรือมีเหตุ
ที่คณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้ เห็นว่าไม่สมควรที่จะเป็นผู้ค้ำประกันต่อไป ผู้กู้ต้องจัดให้สมาชิกอื่นซึ่งคณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้เห็นสมควร  เข้าเป็นผู้ค้ำประกันแทนคนเดิมให้เสร็จภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้กำหนด      

                            การให้สมาชิกผู้ค้ำประกันออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเหตุใด ๆ ไม่เป็นเหตุให้ผู้นั้นหลุดพ้นจากการค้ำประกัน จนกว่าผู้กู้ได้จัดให้สมาชิกอื่น ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้เห็นสมควรเข้าเป็นผู้ค้ำประกันแทน

                            อนึ่ง  ภายหลังการทำหนังสือค้ำประกันแล้ว  ถ้าสมาชิกผู้ค้ำประกันได้เป็นคู่สมรสของผู้กู้ ผู้กู้จะต้องจัดให้มีสมาชิกอื่น ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้เห็นสมควรเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้โดยเร็วด้วย

                   ข้อ   22    การส่งเงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้สามัญให้คณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้ พิจารณากำหนดให้ผู้กู้ส่งคืนเงินกู้สามัญเป็นงวดรายเดือนแบบต้นเงินรวมดอกเบี้ยเท่ากันเป็นจำนวนกี่งวดก็สุดแต่จะเห็นเป็นการสมควรตามฐานะของผู้กู้ แต่ไม่เกิน 150 งวด และไม่เกินวันเกษียณอายุราชการ สำหรับงวดแรก

ให้นับถัดจากเดือนที่กู้เงินหรือตั้งแต่เดือนที่สหกรณ์คิดดอกเบี้ยเป็นเดือนแรก กรณีที่มีเงินงวดชำระหนี้ของสัญญาเงินกู้เดิมค้างอยู่ในสหกรณ์ ให้สหกรณ์นำเงินจำนวนดังกล่าวมาคำนวณเป็นเงินงวดชำระหนี้ โดยให้ถือว่า เป็นการชำระหนี้ งวดที่ 1 ของสัญญาเงินกู้ใหม่ ส่วนต้นเงินที่เหลือแต่ละงวดพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้ส่งภายในวันสิ้นเดือนถัดไป ยกเว้น ดังนี้

                                      22.1  ผู้ที่จะเกษียณอายุราชการในปีสุดท้าย ลาออกจากราชการหรือสมัครเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หากมีความจำเป็นในการกู้เงินสามัญโดยใช้เงินค่าหุ้นที่ตนถืออยู่ในสหกรณ์ หรือเงินฝากออมทรัพย์พิเศษค้ำประกันเพื่อมาชำระหนี้เงินกู้สามัญโดยใช้บุคคลค้ำประกัน ให้ส่งชำระหนี้ได้สูงสุดไม่เกิน 150 งวด

                                      22.2  ข้าราชการบำนาญ และผู้ที่พ้นจากงานประจำไปแล้ว ให้ส่งชำระหนี้ได้สูงสุดไม่เกิน 150 งวด

                              ในกรณีที่ผู้กู้มีคำขอผ่อนผันการชำระหนี้เป็นหนังสือ คณะกรรมการดำเนินการเห็นว่ามีเหตุอันสมควรผ่อนผันเป็นพิเศษ คณะกรรมการดำเนินการจะผ่อนเวลาการส่งเงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้สามัญที่กำหนดไว้ตามความในวรรคก่อนนั้นให้แก่ผู้กู้คราวละหนึ่งเดือนหรือหลายเดือนก็ได้ แต่การผ่อนเวลาเช่นนี้รวมกันทั้งหมด สำหรับเงินกู้สามัญรายหนึ่ง ๆ ต้องไม่เกินหกเดือนและต้องไม่ทำให้งวดชำระหนี้ตามสัญญาที่กู้ยืมเงินขยายระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป ทั้งนี้ ต้องได้รับคำยินยอมจากผู้ค้ำประกันด้วย

หมวด 4

ดอกเบี้ยเงินกู้

                   ข้อ  23  ให้เรียกดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี โดยจะได้ประกาศ ให้ทราบเป็นคราว ๆ ไป

                   ข้อ  24  ดอกเบี้ยนั้นให้คิดเป็นรายวันตามจำนวนต้นเงินคงเหลือ

หมวด  5

การควบคุมหลักประกันและการเรียกคืนเงินกู้

                   ข้อ  25  ให้คณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้ ตรวจตราควบคุมให้เงินกู้ทุกราย มีหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ และเมื่อคณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้เห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้รายใดเกิดบกพร่อง ผู้กู้จะต้องจัดการแก้ไขให้คืนดีภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้กำหนด

                   ข้อ  26  ในกรณีใด ๆ ดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเงินกู้ไม่ว่าประเภทใด ๆ เป็นอันถึงกำหนดส่งคืนโดยสิ้นเชิง พร้อมทั้งดอกเบี้ยในทันทีโดยมิพักคำนึงถึงกำหนดเวลาที่ให้ไว้ และให้คณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้จัดการเรียกคืนโดยมิชักช้า

                              26.1 เมื่อผู้กู้ออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ

                              26.2 เมื่อผู้กู้ย้ายไปรับราชการนอกสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย

                              26.3 เมื่อปรากฎแก่คณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้เห็นว่าผู้กู้นำเงินกู้ไปใช้ผิดความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น

                              26.4  เมื่อคณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้เห็นว่าหลักประกันสำหรับ เงินกู้เกิดบกพร่อง และผู้กู้มิได้จัดการแก้ไขให้คืนดีภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการหรือคณะกรรมการเงินกู้กำหนด

                              26.5  เมื่อค้างส่งเงินงวดชำระหนี้ (ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ย) เป็นเวลาสองงวดติดต่อกัน หรือผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้ดังว่านั้นถึงสามคราวสำหรับเงินกู้รายหนึ่ง ๆ

                   ข้อ  27  ในกรณีที่เงินกู้เป็นอันต้องส่งคืนโดยสิ้นเชิงตามที่กล่าวแล้วในข้อ 26 ถ้าผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชำระหนี้แทนผู้กู้ และไม่สามารถชำระหนี้นั้นโดยสิ้นเชิงได้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอคณะกรรมการดำเนินการจะผ่อนผันให้เรียกเก็บจากผู้ค้ำประกันเป็นงวดรายเดือน จนเสร็จตามที่ผู้กู้ได้ทำหนังสือเงินกู้ให้ไว้ ต่อสหกรณ์ก็ได้ 

                   ข้อ  28  ผู้กู้ก็ดี ผู้ค้ำประกันก็ดี ต้องรับผูกพันว่าถ้าตนประสงค์จะขอออก หรือย้ายจากราชการหรืองานประจำตามข้อบังคับของสหกรณ์ ข้อ 41 ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สหกรณ์ทราบและจัดการชำระหนี้สินซึ่งตนมีอยู่ต่อสหกรณ์ให้เสร็จสิ้นเสียก่อนแล้วจึงขอออกหรือย้ายจากราชการ หรืองานประจำนั้นได้

บทเฉพาะกาล

                   ข้อ  29  สมาชิกที่กู้ยืมเงินจากสหกรณ์ไป ก่อนวันที่ระเบียบนี้ถือใช้ ให้ยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าจะชำระหนี้ต่อสหกรณ์เสร็จสิ้น

Scroll to Top